การเตรียมอุปกรณ์


1. เตรียมรูป

รูปที่ใช้ในการทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.1 รูปที่สามารถเคลือบได้ เช่น รูปถ่าย
1.2 รูปที่ต้องการทาน้ำยากันซึมก่อนจึงจะเคลือบได้ เช่นรูปจากหนังสือนิตยาสาร ธนบัตร ใบประกาศนียบัตร รูปโปสเตอร์

2. การเตรียมไม้

ไม้ที่ใช้ติดรูปเพื่อทำกรอบวิทยาศาสตร์ ได้แก่ไม้ MDF หรือเรียกว่าไม้อัด มีความหนาตั้งแต่ 3 มม. ถึง 9 มม.
2.1 เลือกขนาดไม้ให้เหมาะสมกับรูป
2.2 ด้านบนหรือด้านข้างจะต้องเรียบไม่ขรุขระหรือเป็นหลุม

วิธีทำ
1 นำไม้อัดมาตัดให้มีขนาดใหญ่กว่าภาพโดยให้เหลือขอบกว้างกว่าด้านละ 1 - 1.5 นิ้ว
2
นำภาพวางทาบลงบนไม้อัด จัดให้อยู่กึ่งกลางให้ดูสวยงามและขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายไว้ก่อน จากนั้นใช้กาวลาเท็กซ์ทาให้ทั่วหลังภาพและนำภาพปิดลงบนไม้อัดตามตำแหน่งที่ได้ทำเครื่องหมายไว้ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
3
นำกระดาษลายมาทำการตกแต่งโดยตัดให้เท่ากับกรอบที่เว้นไว้ จัดลายให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ดูลงตัว
4
นำเส้นสติ๊กเกอร์สีทองหรือเงินมาติดระหว่างรอยต่อของภาพกับกระดาษลายตลอดทั้งสี่ด้าน ปล่อยทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิทประมาณ 2 ชั่วโมง
5
เมื่อกาวแห้งสนิทแล้ว หากระดาษหนังสือพิมพ์เก่ามาปูบนโต๊ะที่ให้ทำกรอบรูปเพื่อป้องกันน้ำยาล้นออกมาเลอะเทอะ นำกล่องหรืออะไรก็ได้มาวางทับบนกระดาษเพื่อรองและยกกรอบรูปให้สูงขึ้นและนำกรอบรูปที่แห้งแล้ววางลงบนกล่องอีกที
6 เตรียมเรซิ่นเทใส่ในถ้วยพลาสติก หยดน้ำยาทำแข็งลงไป 1 % ของปริมาณเรซิน ใช้ไม้กวนส่วผสมให้เข้ากัน
7 เทเรซิ่นลงบนกลางภาพ
8
นำกรอบแผ่นฟิลม์ไมล่าวางทับลงบนเรซิ่น ใช้ลูกกลิ้งยางกลิ้งไล่เรซินให้กระจายทั่วภาพและขอบภาพ ขั้นตอนนี้จะมีเรซิ่นบางส่วนล้นลงบนพื้นโต๊ะ ตรวจดูหากมีฟองอากาศอยู่ก็ใช้ลูกกลิ้งไล่ฟองอากาศออกให้หมด ปล่อยทิ้งไว้ให้แข็งตัวประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างนี้ ห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด วิธีตรวจเรซิ่นว่าแข็งหรือไม่โดยหยิกเศษเรซิ่นที่ล้นอยู่บนโต๊ะถ้าแข็งกรอบก็ใช้ได้

9
เมื่อเรซิ่นแข็งตัวแล้วค่อยๆดึงแผ่นไมล่าออก ใช้มีดคัตเตอร์ตัดแต่งขอบให้เรียบ หากดูแล้วเรซิ่นบางเกินไปหรือยังมีฟองอากาศให้ใช้กระดาษทรายเบอร์ 300 ลูบบนเรซิ่นพอเป็นรอยฝ้าขาวให้ทั่ว ( อย่าขัดเพราะจะทำให้เกิดรอยมากเกินไป ) เสร็จแล้วำความสะอาดฝุ่นผงออกให้หมดแล้วทำการเคลือบซ้ำอีกครั้ง ( ทำข้อ 6-8 ซ้ำอีกครั้ง ) เมื่อเสร็จแล้วทำความสะอาดและติดขาตั้งก็เสร็จเรียบร้อย
เป็นยังไงครับเวลาอ่านอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนการทำอยู่พอสมควร แต่เวลาทำจริงจะทราบว่าทำจริงๆใช้เวลาไม่มากนัก จะช้าก็เพราะต้องรอแห้งมากกว่า ก็ขอให้โชคดีมีเสตางค์ใช้กันทั่วหน้าครับ